คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ หนังสือพิมพ์สยามรัฐ จัดงานสัมมนา เรื่อง “น้ำมันแพง อาหารแพง: ผลกระทบและการปรับตัว” ณ ห้อง 813 ชั้น 8 ศูนย์ศึกษาสาทรธานี มหาวิทยาลัยรังสิต อาคารสาทรธานี 1 ถนนสาทรเหนือ โดยภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญร่วมแสดงความคิดเห็น ได้แก่ คุณมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและอดีตผู้บริหาร บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)ดร.คณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ดร.อมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย คุณสุเมธ เหล่าโมราพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี พี อินเตอร์เทรด จำกัด และ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินรายการโดย คุณสร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์
สรุปการอภิปราย
โดย ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ประเด็นที่ 1
สถานการณ์ราคาน้ำมันแพงและภัยพิบัติธรรมชาติจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อสูงพร้อมเศรษฐกิจชะลอตัว) ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะนี้อัตราเงินเฟ้อยังไม่ได้อยู่ในระดับสูงสุด โดยโอกาสที่เงินเฟ้อบางเดือนขึ้นไปทะลุระดับ 8% นั้นมีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เงินเฟ้อในประเทศไทย ยังดีกว่าหลายประเทศมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ราคาอาหารและไม่มีภาวะปัญหาขาดแคลน ซึ่งเงินเฟ้อเกิดจากแรงดันทางด้านต้นทุนเป็นหลัก
ภาวะเงินเฟ้อสูงจะอยู่ไปอีกหลายปีและมีการวิเคราะห์โดยสถาบันวิจัยต่างประเทศบางแห่งว่าราคาน้ำมันอาจจะขยับขึ้นไปถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายใน 2 ปี
เงินเฟ้อสูงมีผลต่ออัตราการขยายตัวของภาคบริโภคลดลง เพิ่มความไม่แน่นอนในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการกระตุ้นในการสั่งซื้อสินค้าคงคลังและพฤติกรรมกักตุนเก็งกำไรในหลายธุรกิจอุตสาหกรรม มีผลกระตุ้นต่อการลงทุนในระยะสั้น
ประเด็นที่ 2
ทิศทางค่าเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า โดยมีความเป็นไปได้ที่จะกลับไปเคลื่อนไหวที่ระดับ 32-34 บาทต่อดอลล่าร์ แต่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากในระยะยาวแล้วดอลลาร์จะอ่อนค่าลงและจะยิ่งส่งผลให้น้ำมันแพงขึ้นอีก น้ำมันในตลาดโลกซื้อขายเป็นเงินดอลลาร์ เพื่อรักษา “มูลค่าแท้จริง” ของราคาน้ำมันของผู้ขายหรือผู้ผลิตน้ำมันก็ต้องมีการปรับเพิ่มราคาในรูปเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยการอ่อนค่า ฉะนั้น ราคาน้ำมันจึงถูกกำหนดอย่างแท้จริงจากราคาเปรียบเทียบไม่ใช่ระดับราคา
ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยคงทรงตัวในระดับต่ำต่อไปโดยยังไม่มีการปรับขึ้นหรือลดลงในระยะเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว ดอกเบี้ยทรงตัวจนกว่าเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คาดการณ์ว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในสัปดาห์หน้า แต่อัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดเล็กอาจปรับตัวเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายสถาบันประกันเงินฝาก โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของผู้ฝากเงินรายใหญ่มากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป
ประเด็นที่ 3
ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 20-70% โดยครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 14,215 บาทต่อเดือน และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายทางด้านอาหารประมาณ 30% กลุ่มคนที่มีรายได้ตำสุดมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายอาหารต่อรายได้ประมาณ 50%
ประเด็นนโยบายข้าวและการแทรกแซงราคา สถานการณ์ข้าวเปลือกราคาถูก ข้าวสารแพง จำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างตลาดค้าข้าวให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ผลิตมากขึ้น
|